#

หลักสูตร

เทคนิคนันทนาการสอนสนุก สร้างสุขด้วยกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ
รหัสหลักสูตร 613121034 (สำหรับ สพฐ.)

ชื่อหลักสูตร

      หลักสูตรเทคนิคนันทนาการสอนสนุก สร้างสุขด้วยกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Techniques recreation to make teaching fun, create happiness with workshop activities)

ระดับความลุ่มลึกของหลักสูตร

      ระดับพื้นฐาน (Basic level) จำนวนอบรม 12 ชั่วโมง จำนวนวิทยากร 1 ต่อ 30 คน

ผู้รับผิดชอบหลักสูตร

      1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรสิทธิ์ นาคสัมฤทธิ์
      2. ว่าที่ร้อยตรี พัฒน์พงศ์ ตันเจริญ

พื้นฐานและเงื่อนไขของครูที่จะรับการพัฒนาตามหลักสูตร

      1. ครูระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา หรือกลุ่มสาระอื่นๆ ที่สนใจนำไปประยุกต์ใช้กับรายวิชาที่สอน
      2. มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะชีวิตนักเรียน
      3. มีทักษะในการประยุกต์ การถ่ายทอด เชื่อมโยง
      4. มีเจตคติเชิงบวกในการพัฒนา “วิชาชีพ”ความเป็นครู
      5. ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก ร้อยละ ๔0% โดยให้ครูประเมินตนเองก่อนสมัครเข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรผ่านระบบ www.dusitcenter.org ของมหาวิทยาลัย

กำหนดคำสำคัญ (Keyword)

      มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มัธยมศึกษาตอนต้น กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การพัฒนานวัตกรรม การจัดการเรียนรู้ กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา นันทนาการ เทคนิคนันทนาการ เทคนิคสอนสนุก ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

หลักการและที่มาของหลักสูตร

      เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 12-15 ปี ซึ่งกำลังเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กสู่วัยรุ่น จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคมมากมาย เป็นช่วงที่มีความสำคัญแตกต่างจากช่วงเวลาอื่นๆ ของชีวิต จึงต้องวางรากฐานชีวิตที่ดี ซึ่งนอกเหนือจากความรู้วิชาการในการประกอบอาชีพแล้ว ทักษะชีวิต ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรปลูกฝังให้เด็กสามารถเผชิญ และแก้ไขปัญหาในชีวิตได้อย่างเหมาะสม
      นายสมพงษ์ จิตระดับ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรมด้านเด็กและเยาวชน คณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากการติดตาม เฝ้าระวัง ลงภาคสนาม และทำวิจัย พบสถานการณ์เสี่ยงในกลุ่มเด็กและเยาวชน 10 เรื่อง ได้แก่ (1) ความรุนแรงปรากฏในเด็กและเยาวชนทุกระดับจนยากแก่การควบคุม และแก้ไขให้ดีขึ้น เด็กอาชีวะตีกัน เด็กแว้น สก็อย เด็กทำร้ายรุนแรงสาหัส (2) แม่วัยใส เด็กหญิงตั้งครรภ์ในวัยเรียน ปัญหาไม่ลดลง ยังติดอันดับ 2 ของโลกเหมือนเดิม การสอนเพศศึกษาล้มเหลว ล้าสมัย ไม่ทันกับสถานการณ์ที่มีอยู่ (3) ยาเสพติดกลับมาแพร่ระบาดในกลุ่มนักเรียนมากขึ้น กระบวนการสามารถแทรกซึมเข้าไปในโรงเรียน สถานศึกษาได้ ไม่มีใครกล้าขัดขวาง เสี่ยงอันตรายมาก (4) เด็กเรียนรู้แท็บเล็ต เล่นเกม การ์ตูน ได้คล่องแคล่วว่องไว ครอบครัวไทยป้อนแท็บเล็ตเด็กอายุ 2-3 ขวบ ไม่ให้ซุกซน มีปรากฏพบเห็นแทบทุกแห่ง (5) เด็กและเยาวชนอยู่กับสังคมก้มหน้า วันละ 7-8 ชั่วโมง ใช้เพื่อพูดคุย เล่นไลน์ เฟซบุ๊ก มากกว่าการเรียนรู้ ศึกษาด้วยตัวเอง (6) เด็กและเยาวชนขาดวินัยอย่างรุนแรง (7) เด็กเรียนรู้ไม่มีความสุข เครียด กดดัน นโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ไม่เกิดขึ้น มีการติวโอเน็ต PISA อย่างเอาเป็นเอาตาย เด็กยังถูกขังในห้องเรียน 200 วัน ใน 1 ปี (8) ร้านขายเหล้า เบียร์ บุหรี่ รอบสถานศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ เกิดนักสูบ นักดื่มหน้าใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นหญิง (9) มีเด็กยากจนด้อยโอกาสกลุ่มชาติพันธ์ เด็กประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่การเป็นเหยื่อ และเครื่องมือทางเพศ ยาเสพติด แรงงานเด็ก ขอทานเด็ก โสเภณีเด็กเพิ่มขึ้นเงียบๆ และ (10) เด็กไทยเกิดน้อยลงแต่ด้อยคุณภาพ
      กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา จะไม่เกี่ยวข้องกับวิชาการโดยตรง หรือไม่ใช่กลุ่มสาระที่ใช้ในการวัดผล o-net แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาและส่งเสริมทักษะชีวิตนักเรียน เนื่องจากทักษะชีวิตเป็นความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นในการเผชิญ และแก้ไขปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิตประจำวัน “ครู” ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดการเรียนการสอน จึงควรได้รับการพัฒนาทักษะและเรียนรู้เทคนิคนันทนาการสอนสนุก ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ และสามารถออกแบบกิจกรรมสอนสนุกให้สอดคล้องกับเนื้อหารายวิชาที่สอนได้เอง เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม ซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนสนุกกับการเรียนรู้อย่างเพลิดเพลิน ด้วยหลักการ Play and Learn เรียนอย่างมีความสุข มีความรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น สามารถค้นพบศักยภาพของตนเอง มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคม
      การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาจึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาพฤติกรรมด้านความรู้ เจตคติ คุณธรรม ค่านิยม และการปฏิบัติเกี่ยวกับสุขภาพควบคู่ไปด้วยกัน ส่วนพลศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนใช้กิจกรรมการเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกมและกีฬา เป็นเครื่องมือในการพัฒนาโดยรวม ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา รวมทั้งสมรรถภาพเพื่อสุขภาพและกีฬา

      ซึ่งประกอบด้วย 5 สาระ 6 มาตรฐาน ดังนี้

            สาระที่ 1 การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
            สาระที่ 2 ชีวิตและครอบครัว มาตรฐาน พ 2.1 เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะการดำเนินชีวิต
            สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย กีฬาสากล มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬามาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำและสม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา
            สาระที่ 4 การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกันโรค มาตรฐาน พ 4.1 เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดำรงสุขภาพ การป้องกันโรค และการสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
            สาระที่ 5 ความปลอดภัยในชีวิต มาตรฐาน พ 5.1 ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา สารเสพติด และความรุนแรง

      มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางที่มีความโดดเด่น มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมทั้งได้รับเชิญเป็นวิทยากรทั้งภาครัฐและเอกชน และจัดกิจกรรมร่วมกับสถานศึกษาเป็นจำนวนมาก จึงพิจารณาแล้วเห็นว่า หลักสูตรเทคนิคนันทนาการสอนสนุก สร้างสุขด้วยกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับเนื้อหารายวิชาที่สอนได้จริงในชั้นเรียน ทำให้นักเรียน เรียนรู้อย่างมีความสุข เกิดความผ่อนคลาย ลดความเครียด และเสริมสร้างทักษะชีวิตทุกด้าน ได้แก่ ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม

วัตถุประสงค์

      ด้านความรู้(Knowledge)

            1. เพื่อให้ครูมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับเทคนิค ขั้นตอน และแนวทางการจัดนันทนาการสอนสนุก ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ
            2. เพื่อให้ครูสามารถเชื่อมโยงและประยุกต์กิจกรรมในชั้นเรียนบูรณาการร่วมกับมาตรฐานการศึกษา และมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์

      ด้านทักษะปฏิบัติ(Skill)

            3. เพื่อให้ครูพัฒนาทักษะการสอนสนุกด้วยกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ
            4. เพื่อให้ครูสามารถออกแบบกิจกรรมสอนสนุกสอดคล้องกับเนื้อหารายวิชาที่สอนได้เอง
            5. เพื่อให้ครูมีสื่อนันทนาการสอนสนุกและใช้ศึกษาเรียนรู้พัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

      ด้านคุณลักษณะความเป็นครู(Attitude)

            6. เพื่อปลูกฝังแนวความคิดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ
            7. เพื่อให้ครูเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ และตระหนักถึงความสำคัญของนันทนาการ

สาระการพัฒนา

      หลักสูตรเทคนิคนันทนาการสอนสนุก สร้างสุขด้วยกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ที่มีการหลอมรวมเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ากับการสอนเนื้อหาสาระเฉพาะ (Technological Pedagogical Content Knowledge : TPCK) เป็นหลักสูตรระดับพื้นฐาน สำหรับครูระดับมัธยมศีกษาตอนต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ดังนี้ สาระที่ 1 การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนษย์ สาระที่ 2 ชีวิตและครอบครัว สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย กีฬาสากล สาระที่ 4 การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกันโรค และสาระที่ 5 ความปลอดภัยในชีวิต
      โดยใช้เทคนิคนันทนาการสอนสนุก ส่งผลให้ผู้เรียนสนุกกับการเรียนรู้อย่างเพลิดเพลิน ด้วยหลักการ Play and Learn เรียนอย่างมีความสุข มีความรู้ (Knowledge) และผลสัมฤทธ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น ค้นพบศักยภาพของตนเอง มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคม เน้นจัดกิจกรรมการอบรมแบบ Workshop Training และใช้สื่อเทคโนโลยี (Technological) ทันสมัยประกอบการอบรมและติดตามผล
      ดังนั้นจึงเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูที่เข้ารับการพัฒนาและคณะวิทยากร ซึ่งจะร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาที่จำเป็น พร้อมทั้งสอดแทรกเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ (Pedagogy) ในด้านการแก้ปัญหาผู้เรียน การจัดการชั้นเรียน และการใช้สื่อในการจัดการเรียนรู้

      โครงสร้างของหลักสูตร

            จัดกิจกรรมการอบรมแบบ Classroom Training เพื่อให้ครูมีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาที่จำเป็น ประกอบด้วย 4 หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่
            หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอบรมเชิงปฏิบัติการ “เทคนิคการจัดกิจกรรมนันทนาการ”
                  - ความหมาย แนวคิด และสาระสำคัญของนันทนาการแนวใหม่
                  - เทคนิคการจัดกิจกรรมนันทนาการ ได้แก่ เทคนิคการเลือก เทคนิคการออกแบบ เทคนิคการรวมกลุ่ม และเทคนิคการนำไปใช้
                  - การเชื่อมโยงและประยุกต์กิจกรรมนันทนาการกับเนื้อหาต่างๆ เช่น สุขอนามัย เพศศึกษา ยาเสพติด และทักษะชีวิตวัยรุ่น เป็นต้น
            หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอบรมเชิงปฏิบัติการ “เทคนิคการสอนสนุก”
                  - รูปแบบการสอน และประโยชน์ของความสนุก
                  - 4 เทคนิคการสอนสนุก ได้แก่ เทคนิคการวิเคราะห์ผู้เรียน เทคนิคการถ่ายทอดเนื้อหา เทคนิคการเชื่อมต่อกิจกรรม และเทคนิคการประยุกต์สาระวิชา
                  - เทคนิคการสอนสาระที่ 1 การเจริญเติบโตและพัฒนาการของ มนุษย์
                  - เทคนิคการสอนสาระที่ 2 ชีวิตและครอบครัว
            หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การอบรมเชิงปฏิบัติการ “ทักษะการพัฒนาผู้เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา”
                  - ความหมาย แนวคิด และสาระสำคัญของทักษะ Thailand 4.0
                  - 4 ทักษะการพัฒนาผู้เรียน ได้แก่ ทักษะการฟัง ทักษะการพูด ทักษะการสื่อสาร และทักษะการนำเสนอ
                  - ทักษะการพัฒนาผู้เรียนสาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
                  - ทักษะการพัฒนาผู้เรียนสาระที่ 4 การสร้างเสริมสุขภาพสมรรถภาพ และการป้องกันโรค
            หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การอบรมเชิงปฏิบัติการ “กิจกรรมการพัฒนาผู้เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา”
                  - 4 กิจกรรมการพัฒนาผู้เรียน ได้แก่ เพลง เกม กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ และกิจกรรม Walk Rally
                  - ตัวอย่างการจัดกิจกรรมการพัฒนาผู้เรียน สาระที่ 5 ความปลอดภัยในชีวิต

กระบวนการพัฒนาและตารางการจัดกิจกรรมและแผนการจัดกิจกรรม

      1. กระบวนการพัฒนา เป็นรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วย

            กิจกรรมฝึกปฏิบัติการ ที่มีการหลอมรวมเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ากับการสอนเนื้อหาสาระเฉพาะ (Technological Pedagogical Content Knowledge : TPCK) เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่สอดคล้องกับสาระเนื้อหา (Content) สำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ดังนี้ สาระที่ 1 การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนษย์ สาระที่ 2 ชีวิตและครอบครัว สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย กีฬาสากล สาระที่ 4 การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกันโรค และสาระที่ 5 ความปลอดภัยในชีวิต
            โดยใช้เทคนิคนันทนาการสอนสนุก ส่งผลให้ผู้เรียนสนุกกับการเรียนรู้อย่างเพลิดเพลิน ด้วยหลักการ Play and Learn เรียนอย่างมีความสุข มีความรู้ (Knowledge) และผลสัมฤทธ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น ค้นพบศักยภาพของตนเอง มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคม เน้นจัดกิจกรรมการอบรมแบบ Workshop Training และใช้สื่อเทคโนโลยี (Technological) ทันสมัยประกอบการอบรมและติดตามผล             ดังนั้นจึงเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูที่เข้ารับการพัฒนาและคณะวิทยากร ซึ่งจะร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาที่จำเป็น พร้อมทั้งสอดแทรกเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ (Pedagogy) ในด้านการแก้ปัญหาผู้เรียน การจัดการชั้นเรียน และการใช้สื่อในการจัดการเรียนรู้ ซึ่งประกอบด้วย 4 หน่วยการเรียนรู้ ดังนี้
            หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอบรมเชิงปฏิบัติการ “เทคนิคการจัดกิจกรรมนันทนาการ”
            หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอบรมเชิงปฏิบัติการ “เทคนิคการสอนสนุก”
            หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การอบรมเชิงปฏิบัติการ “ทักษะการพัฒนาผู้เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา”
            หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การอบรมเชิงปฏิบัติการ “กิจกรรมการพัฒนาผู้เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา”

      ตารางการจัดอบรม

ลำดับ วันที่จัดอบรม สถานที่จัดอบรม จังหวัด
1 25 - 26 ส.ค.61 โรงแรมสีมาธานี
แผนที่ GPS โทร.044-213 100
นครราชสีมา
2 8 - 9 ก.ย.61 โรงแรมทวินโลตัส
แผนที่ GPS โทร.075-323 777
นครศรีธรรมราช
3 15 - 16 ก.ย.61 โรงแรมบางกอกพาเลส
แผนที่ GPS โทร.02-890 9000
กรุงเทพมหานคร

      2. ตารางการจัดกิจกรรม

เวลา กิจกรรม วันที่ 1 เทคนิคนันทนาการสอนสนุก
08.30 - 09.00 ทดสอบก่อนการอบรม (Pretest)
09.00 - 09.45 นันทนาการแนวใหม่
- สาธิตนันทนาการแนวใหม่ เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างวิทยากรและครูผู้เข้าอบรม
- อภิปราย และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากนันทนาการแนวใหม่
- ความหมาย แนวคิด และสาระสำคัญของนันทนาการแนวใหม่
09.45 - 10.45 4 เทคนิคการจัดกิจกรรมนันทนาการ
- เทคนิคการเลือก
- เทคนิคการออกแบบ
- เทคนิคการรวมกลุ่ม
- เทคนิคการนำไปใช้
10.45 - 12.00 การประยุกต์กิจกรรมนันทนาการกับเนื้อหาต่างๆ เช่น สุขอนามัย เพศศึกษา ยาเสพติด และทักษะชีวิตวัยรุ่น
13.00 - 13.45 การสอนสนุก
- สาธิตวิธีการการสอนสนุก
- รูปแบบการสอน และประโยชน์ของความสนุก
13.45- 14.45 4 เทคนิคการสอนสนุก
- เทคนิคการวิเคราะห์ผู้เรียน
- เทคนิคการถ่ายทอดเนื้อหา
- เทคนิคการเชื่อมต่อกิจกรรม
- เทคนิคการประยุกต์สาระวิชา
14.45 - 15.30 เทคนิคการสอนสนุก
- สาระที่ 1 การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
- สาระที่ 2 ชีวิตและครอบครัว
15.30 - 16.30 นำเสนอผลงานกลุ่ม เทคนิคการสอนสนุก พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากวิทยากร
เวลา กิจกรรม วันที่ 2 สร้างสุขด้วยกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ
08.30 - 09.00 ทบทวนความรู้
09.00 - 09.45 ทักษะ Thailand 4.0
- เกมเสริมสร้างทักษะ
- ความหมาย แนวคิด และสาระสำคัญ Thailand 4.0
- ทักษะสำคัญ Thailand 4.0
09.45 - 10.45 4 ทักษะการพัฒนาผู้เรียน
- ทักษะการฟัง
- ทักษะการพูด
- ทักษะการสื่อสาร
- ทักษะการนำเสนอ
10.45 - 12.00 ทักษะการพัฒนาผู้เรียน
- สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
- สาระที่ 4 การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกันโรค
13.00 - 14.00 นันทนาการสร้างสุข
- สาธิตการนำนันทนาการ ด้วยเกม เพลง กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ และกิจกรรม Walk Rally
14.00 - 15.00 4 กิจกรรมการพัฒนาผู้เรียน
- เพลงนันทนาการ
- เกมนันทนาการ
- กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์
- กิจกรรม Walk Rally
15.00 - 16.00 ตัวอย่างการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- สาระที่ 5 ความปลอดภัยในชีวิต
16.00 - 16.30 ทดสอบหลังการอบรม (Posttest)


วิทยากร (การจัดวิทยากรหมุนเวียนตามความเหมาะสม)

      1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรสิทธิ์ นาคสัมฤทธิ์
      2. ว่าที่ร้อยตรี พัฒน์พงศ์ ตันเจริญ
      3. นายชาญวิทย์ นามวงค์
      4. นายสุชาติ เวียงชัย

การกำหนดจำนวนครูที่จะเข้าร่วมพัฒนาต่อกลุ่ม

      รุ่นละ ๑๕๐ คน (จำนวนวิทยากร 1 ต่อ 30 คน)

กำหนดจำนวนครูที่จะเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมต่อกลุ่ม

      รุ่นละ 150 คน (จำนวนวิทยากร 1 : 30 คน)

อัตราค่าลงทะเบียนของหลักสูตรต่อครูหนึ่งคน และบริการที่จะได้รับ

      - ค่าธรรมเนียมการอบรมท่านละ ๓,๙๖๐ บาท
      - สิ่งที่จะได้รับในวันอบรม (ไม่รวมค่าที่พักและค่าเดินทาง)
            (1) วุฒิบัตรผ่านการอบรม (โดยจะต้องเข้ารับการอบรมตามระยะเวลาที่กำหนด)
            (2) ชุด DVD เทคนิคนันทนาการสอนสนุก
            (3) หนังสือคู่มือเทคนิคนันทนาการสอนสนุก
            (4) อาหารกลางวัน 2 มื้อ
            (5) อาหารว่าง 3 มื้อ

ข้อมูลอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์และทำให้เข้าใจภาพของการจัดกิจกรรมการอบรมของหลักสูตรได้ชัดเจนและใกล้เคียงกับการปฏิบัติมากที่สุด

      ครูที่มีหน้าที่ในการสอนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ได้รับการพัฒนาทักษะและเข้าใจเทคนิคการสอนสนุกผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ และสามารถออกแบบกิจกรรมสอนสนุกให้สอดคล้องกับเนื้อหารายวิชาที่สอนได้เอง ส่งผลให้นักเรียนสนุกกับการเรียนรู้และมีผลสัมฤทธ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น ซึ่งหากครูได้รับการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องจะส่งผลให้นักเรียน เรียนรู้อย่างมีความสุข ค้นพบศักยภาพของตนเอง มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคม



วิธีการชำระค่าธรรมเนียมการอบรม

      กรุณาชำระก่อนการอบรม 1 วันของแต่ละรุ่น การชำระค่าธรรมเนียมการอบรมมี 2 ขั้นตอนดังนี้

            1. ตรวจสอบรายชื่อผู้สมัคร ได้ที่ www.dusitcenter.org หัวข้อ SDU-Short-term Training Course
            2. ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการชำระเงินที่เว็บไซต์ตามข้อ 1 หัวข้อ“วิธีชำระเงิน” และชำระผ่าน ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ ชื่อบัญชี มสด.Training ประเภท : กระแสรายวันสาขา : กระทรวงศึกษาธิการ code : 80149 เลขที่บัญชี 059-6-01352-3

สอบถามรายละเอียดได้ที่

      สำนักงานประสานงานโครงการความร่วมมือทางวิชาการฯ (รมป.)
      โทรศัพท์ 02-244-5982–3 Fax: 02-244-5927
      www.dusitcenter.org หัวข้อ SDU-Short-term Training Course,
      idline : @dusitcenter
      e-mail : dusitcenter@gmail.com




เสียงตอบรับจากโครงการที่เคยจัดอบรม

  • นวัตกรรมการสอนภาษาไทยเด็กปฐมวัย Download
  • สานฝันให้เป็นจริง Download
  • ฝันเราเท่ากัน Download
  • สุนทรียภาพทางศิลปะ ดนตรี และการแสดงสำหรับเด็กปฐมวัย Download