#

หลักสูตร

ประเมินพัฒนาการทั่วไปตามแนวคิด DSPM สำหรับเด็กปฐมวัย
รหัสหลักสูตร 611162021 (สำหรับ สพฐ.)

ชื่อหลักสูตร

      หลักสูตรประเมินพัฒนาการทั่วไปตามแนวคิด DSPM สำหรับเด็กปฐมวัย (DSPM : Developmental Surveillance and Promotion Manual, : Assessment Tool for Early Childhood Development)

ระดับความลุ่มลึกของหลักสูตร

      ระดับกลาง จำนวนอบรม 18 ชั่วโมง จำนวนวิทยากร ๑ : ๒๕ คน จัดอบรมเฉพาะที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น

ผู้รับผิดชอบหลักสูตร

      1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสุดา วงศ์วิเศษกุล
      2. ดร.รุ่งนภา ป้องเกียรติชัย

พื้นฐานและเงื่อนไขของครูที่จะรับการพัฒนาตามหลักสูตร

      1. เป็นบุคลากรทางการศึกษาระดับปฐมวัย ในโรงเรียนระดับอนุบาล
      2. มีความรู้เกี่ยวกับการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย มีทักษะการคิดเชื่อมโยง วิเคราะห์ สังเคราะห์ คิดขั้นสูง และมีทัศนคติในการต่อยอด สามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อนำไปพัฒนาในชั้นเรียน
      3. ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก ร้อยละ 60% โดยให้ครูประเมินตนเองก่อนสมัครเข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรผ่านระบบ www.dusitcenter.org ของมหาวิทยาลัย

กำหนดคำสำคัญ (Keyword)

      มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เด็กปฐมวัย ครูปฐมวัย พัฒนาการเด็กปฐมวัย ประเมินพัฒนาการ คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (Developmental Surveillance and Promotion Manual) DSPM

หลักการและที่มาของหลักสูตร

      เด็กปฐมวัย หมายถึง บุคคลที่มีอายุในช่วงแรกเกิด – 6 ปี เป็นช่วงชีวิตที่ต้องการการเจริญเติบโตและมีพัฒนาการสมวัย เนื่องจากมีการเจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกด้าน เด็กกลุ่มนี้จึงควรได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ กรองทอง จุลิรัชนีกร (2556) กล่าวว่า ผู้ปกครอง พ่อแม่หรือผู้ให้การอบรมเลี้ยงดูเด็กรวมถึงครู เป็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลเด็กให้ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เหมาะสมกับวัย รวมทั้งจัดประสบการณ์ที่เอื้อให้เด็กได้มีการพัฒนาตามศักยภาพแห่งตนและมีพัฒนาการที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดสุขภาพที่ดี มีความฉลาดทางสติปัญญา เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพ ซึ่งสถานการณ์ปัญหาของเด็กไทยในปัจจุบัน พบว่า มีเด็กพัฒนาการล่าช้าเฉลี่ย 240,000 คนต่อปี และอีกร้อยละ 30 ของเด็กมีปัญหาพัฒนาการด้านใดด้านหนึ่งล่าช้า โดยมีปัจจัยที่สำคัญจากขาดการดูแล และการเข้าถึงระบบบริการของเด็กที่มีปัญหาทางด้านพัฒนาการ พฤติกรรมและอารมณ์ของเด็กไทยยังมีน้อย (พรรณพิมล วิปุลากร, 2556)
      กระทรวงสาธารณสุขได้เห็นความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว จึงวางแผนจัดการแก้ไขปัญหา ภายใต้ โครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 จัดขึ้นในพ.ศ. 2558 โดยมุ่งเน้นที่ผู้ดูแลเป็นสำคัญ อันได้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู หรือผู้ให้การอบรมเลี้ยงดูเด็ก ในการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการสมวัย หากพบความผิดปกติสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที โดยมีบุคลากรด้านสาธารณสุขเป็นผู้คัดกรองและให้คำแนะนำเกี่ยวกับพัฒนาการ ถึงแม้ว่าจะมีแนวทางในการจัดการที่เป็นรูปธรรม แต่ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ยังคงพบว่า เด็กปฐมวัยที่สงสัยว่าอยู่ในช่วงพัฒนาการล่าช้ามากถึงร้อยละ 23.07 และเมื่อได้รับการกระตุ้นส่งเสริมพัฒนาการภายใน 30 วัน กลับพบว่ามีพัฒนาการที่สมวัยมากขึ้นถึงร้อยละ 95.63 การสนับสนุนส่งเสริมให้เด็กกลุ่มวัยดังกล่าวอยู่ในศูนย์เด็กเล็ก เพื่อให้ได้รับการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเรื่องที่ดี แต่ยังมีเด็กอีกเป็นจำนวนมากที่ขาดโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่ถูกทอดทิ้งจากพ่อแม่ ให้ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นผู้เลี้ยงดู ซึ่งบุคคลเหล่านั้นยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการ สอดคล้องกับงานศึกษาของวัลลภ ไทยเหนือ (2558) ที่พบว่า พัฒนาการล่าช้าส่วนใหญ่ เป็นผลกระทบจากความเครียดรุนแรง (Toxic Stress) ที่เกิดจากการที่เด็กถูกทอดทิ้งหรือทำร้ายร่างกาย วิธีการค้นหา ประเมินและให้การช่วยเหลือเด็กที่มีความเสี่ยงและการดูแลส่งเสริมให้มีพัฒนาการตามวัยที่ถูกต้องเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรกอย่างเป็นระบบ จึงมีความสำคัญยิ่งที่จะส่งผลให้เด็กเติบโต มีพัฒนาการที่ดี เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ส่งผลดีต่อสังคมในการพัฒนาประเทศ
      คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (Developmental Surveillance and Promotion Manual, DPMS) ถูกจัดขึ้นเพื่อให้ครูปฐมวัยใช้เป็นแนวปฏิบัติ สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้มีทดสอบและปรับปรุง จนเป็นที่น่าเชื่อถือว่ามีความเหมาะสมกับการประเมินและส่งเสริมพัฒนาการของเด็กไทย (วัลลภ ไทยเหนือ,2558) สามารถใช้เป็นแนวทางในการดูแลเด็กปกติทั่วไปและเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการ ครอบคลุมทั้งด้านการดูแลสุขภาพร่างกาย จิตใจ รวมถึงการเฝ้าติดตาม ประเมินพัฒนาการ สามารถใช้คู่มือในการส่งเสริมพัฒนาการให้สอดคล้องกับวัย ผ่านวิธีการเล่น การจัดกิจกรรม การพูดคุย การแสดงบทบาทสมมติ ทำให้เด็กได้รับการกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสม ได้แก่ พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา ด้านการเข้าใจภาษาและการใช้ภาษา ด้านการช่วยเหลือตัวเองและสังคม เพราะเด็กวัยนี้มีพฤติกรรมเลียนแบบ สามารถจดจำเรียนรู้สิ่งต่างๆผ่านการสังเกต ประสบการณ์จากการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อม การปลูกฝังพื้นฐานของพัฒนาการที่ดี ที่สามารถทำให้เด็กได้มีโอกาสรับการส่งเสริมพัฒนาการครบทุกด้าน ย่อมส่งผลให้เด็กมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างดี (สมัย ศิริทองถาวร,2557) ครูปฐมวัยถือว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดเด็ก มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการ ครูจึงต้องเข้าใจในแนวทางปฏิบัติ สามารถประเมินพัฒนาการได้อย่างถูกต้อง และสามารถจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์เพื่อกระตุ้นพัฒนาการของเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ
      คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะที่ที่มีความโดดเด่น ด้านพยาบาลศาสตร์ และมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญได้รับความไว้วางใจเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จึงได้จัดทำหลักสูตรประเมินพัฒนาการทั่วไปตามแนวคิด DSPM ขึ้น โดยมุ่งเน้นผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจถึงวิธีการประเมิน เฝ้าระวังและสามารถปฏิบัติการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งสามารถให้คำแนะนำในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยแก่ผู้ปกครองในเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

วัตถุประสงค์

      ด้านความรู้(Knowledge)

            (1) สามารถบอกพัฒนาการของเด็กปฐมวัยได้ถูกต้อง
            (2) สามารถอธิบายวิธีการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัยตามแนวทางในคู่มือประเมิน DSPM ได้ถูกต้อง
            (3) สามารถบอกวิธีการกระตุ้นพัฒนาการของเด็กปฐมวัยได้เหมาะสมตามแนวทางในคู่มือประเมิน DSPM ที่ได้ถูกต้อง

      ด้านทักษะปฏิบัติ(Skill)

            (4) มีทักษะในการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัยตามแนวทางในคู่มือประเมิน DSPM ได้ถูกต้อง
            (5) มีทักษะในการกระตุ้นพัฒนาการของเด็กปฐมวัยตามแนวทางในคู่มือประเมิน DSPM ได้ถูกต้อง
            (6) มีทักษะในการแนะนำผู้ปกครอง ในส่งเสริมพัฒนาการตามวัยตามช่วงวิธีฝึกทักษะในช่วงอายุต่อไป
            (7) มีทักษะในการแนะนำให้ผู้ปกครองได้ฝึกทักษะเฉพาะด้านกรณีเด็กมีพัฒนาการไม่สมวัย
            (8) มีทักษะในการติดตามพัฒนาการของเด็กปฐมวัยได้เหมาะสม

      ด้านคุณลักษณะความเป็นครู(Attitude)

            (9) มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องให้มีความรู้ความชำนาญในการประเมินและกระตุ้นพัฒนาการนักเรียน
            (10) สามารถทำงานแบบบูรณาการร่วมกับการกระตุ้นพัฒนาการแก่นักเรียน

สาระการพัฒนา

      การพัฒนาหลักสูตรนี้สำหรับครูปฐมวัย เป็นการบูรณาการการสอนเนื้อหาสาระเฉพาะ (Pedagogical Content Knowledge : PCK) ให้กับครูปฐมวัยซึ่งเป็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลเด็กให้ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เหมาะสมกับวัยทั้ง 4 ด้าน 1) พัฒนาการด้านร่างกาย 2) พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ 3) พัฒนาการด้านสังคม และ 4) พัฒนาการด้านสติปัญญา ด้วยกระบวนการจัดประสบการณ์ที่เอื้อให้เด็กได้มีการพัฒนาตามศักยภาพแห่งตนและมีพัฒนาการที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดพัฒนา เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพ
      สาระของหลักสูตรมีกิจกรรมบรรยายพร้อมฝึกปฏิบัติ และบูรณาการการสอนเนื้อหาสาระเฉพาะ (Pedagogical content knowledge : PCK) เพื่อครูปฐมวัยเข้าใจในแนวทางปฏิบัติ สามารถประเมินพัฒนาการได้อย่างถูกต้อง และสามารถจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์เพื่อกระตุ้นพัฒนาการของเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวคิดคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (Developmental Surveillance and Promotion Manual, DPMS) ถูกจัดขึ้นเพื่อให้ครูปฐมวัยใช้เป็นแนวปฏิบัติ สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้มีทดสอบและปรับปรุง จนเป็นที่น่าเชื่อถือว่ามีความเหมาะสมกับการประเมินและส่งเสริมพัฒนาการของเด็กไทย (วัลลภ ไทยเหนือ,2558) สามารถใช้เป็นแนวทางในการดูแลเด็กปกติทั่วไปและเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการ ครอบคลุมทั้งด้านการดูแลสุขภาพร่างกาย จิตใจ รวมถึงการเฝ้าติดตาม ประเมินพัฒนาการ สามารถใช้คู่มือในการส่งเสริมพัฒนาการให้สอดคล้องกับวัย ผ่านวิธีการเล่น การจัดกิจกรรม การพูดคุย การแสดงบทบาทสมมติ ทำให้เด็กได้รับการกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสม ที่สอดคล้องกับสาระเนื้อหา (Content) สำหรับเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน เพื่อมุ่งเป้าเป็นการปลูกฝังพัฒนาการต่างๆ ผ่านเทคนิคและกระบวนการ เน้นจัดกิจกรรมการอบรมแบบ Workshop Training จึงเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูที่เข้ารับการพัฒนาและคณะวิทยากร ซึ่งจะร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ คิดขั้นสูง พร้อมทั้งนำความรู้เดิม เพื่อสรุปเป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์จากการปฏิบัติในการ Workshop เพื่อสร้างขอเสนอทางวิชาการในด้านการเฝ้าระวัง ให้สอดคล้องกับวิชาชีพของการเป็นครูปฐมวัย พร้อมทั้งสอดแทรกเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ (Pedagogy) ในด้านการแก้ปัญหาผู้เรียน การจัดการชั้นเรียน การใช้เครื่องมือ DSPM ในการจัดการเรียนรู้ โดยใช้การฝึกอบรมนี้ใช้เวลาทั้งสิ้น 3 วัน (18 ชั่วโมง) จัดอบรมเฉพาะที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กรุงเทพมหานครเท่านั้น โดยจัดแบ่งหัวข้อของการฝึกอบรมออกเป็น 4 หัวข้อ ดังต่อไปนี้
      หัวข้อที่ 1 : พัฒนาการของเด็กปฐมวัย (เวลา 3 ชั่วโมง)
            1.1 ความหมายและแนวคิดเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก
            1.2 พัฒนาการเด็กปฐมวัย
      หัวข้อที่ 2 : พัฒนาด้านร่างกายและการประเมินการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัย (เวลา 3 ชั่วโมง)
      หัวข้อที่ 3 : พัฒนาด้าน สติปัญญา อารมณ์ และสังคม และการประเมินพัฒนาการ (เวลา 6 ชั่วโมง)
      หัวข้อที่ 4 : การกระตุ้นพัฒนาการและการให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครอง (เวลา 6 ชั่วโมง)

      หลังจากผ่านการอบรมแล้วทางหลักสูตรได้จัดทำระบบ “ส่งยิ้มทั่วไทย ให้ครูเล่าเรื่อง”ผ่านทาง www.dusitcenter.org ให้ผู้เข้าอบรมนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานศึกษาและส่งภาพกิจกรรมในการนำแนวคิดจากหลักสูตรไปปรับใช้ เสนอผ่านช่องทางดังกล่าว เป็นการติดตามหรือทำงานร่วมกับครูหลังการพัฒนาผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งจะมีเลขที่ข่าวปรากฏ เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในการติดตาม เป็นลักษณะของการสื่อสารสองทาง โดยหน่วยพัฒนาครูและผู้เข้าอบรม สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ พร้อมทั้งสามารถสั่งพิมพ์เพื่อใช้เป็น Portfolio ของผู้เข้าอบรม ได้ทั้งผลงานวิชาการและการประกันคุณภาพของสถานศึกษา โดยระบบดังกล่าวจะมี e-mail alert แจ้งเตือนมายังหน่วยพัฒนาครู ว่ามีเลขที่ข่าวของครูผู้เข้าอบรมเสนอผ่านระบบ และหน่วยพัฒนาจะเข้าไปให้ข้อคิดเห็น เป็นระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา

กระบวนการพัฒนาและตารางการจัดกิจกรรมและแผนการจัดกิจกรรม

      1. กระบวนการพัฒนา เป็นรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วย

            มีกิจกรรมบรรยายพร้อมฝึกปฏิบัติ และบูรณาการการสอนเนื้อหาสาระเฉพาะ (Pedagogical content knowledge : PCK) เพื่อครูปฐมวัยเข้าใจในแนวทางปฏิบัติ สามารถประเมินพัฒนาการได้อย่างถูกต้อง และสามารถจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์เพื่อกระตุ้นพัฒนาการของเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวคิดคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (Developmental Surveillance and Promotion Manual, DPMS) ถูกจัดขึ้นเพื่อให้ครูปฐมวัยใช้เป็นแนวปฏิบัติ สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้มีทดสอบและปรับปรุง จนเป็นที่น่าเชื่อถือว่ามีความเหมาะสมกับการประเมินและส่งเสริมพัฒนาการของเด็กไทย (วัลลภ ไทยเหนือ,2558) สามารถใช้เป็นแนวทางในการดูแลเด็กปกติทั่วไปและเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการ ครอบคลุมทั้งด้านการดูแลสุขภาพร่างกาย จิตใจ รวมถึงการเฝ้าติดตาม ประเมินพัฒนาการ สามารถใช้คู่มือในการส่งเสริมพัฒนาการให้สอดคล้องกับวัย ผ่านวิธีการเล่น การจัดกิจกรรม การพูดคุย การแสดงบทบาทสมมติ ทำให้เด็กได้รับการกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสม ที่สอดคล้องกับสาระเนื้อหา (Content) สำหรับเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน 1)พัฒนาการด้านร่างกาย 2) พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ 3) พัฒนาการด้านสังคม 4) พัฒนาการด้านสติปัญญา การปลูกฝังพัฒนาการต่างๆ ผ่านเทคนิคและกระบวนการ เน้นจัดกิจกรรมการอบรมแบบ Workshop Training ดังนั้นจึงเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูที่เข้ารับการพัฒนาและคณะวิทยากร ซึ่งจะร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ คิดขั้นสูง พร้อมทั้งนำความรู้เดิม เพื่อสรุปเป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์จากการปฏิบัติในการ Workshop เพื่อสร้างขอเสนอทางวิชาการในด้านการเฝ้าระวัง ให้สอดคล้องกับวิชาชีพของการเป็นครูปฐมวัย พร้อมทั้งสอดแทรกเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ (Pedagogy) ในด้านการแก้ปัญหาผู้เรียน การจัดการชั้นเรียน การใช้เครื่องมือ DSPM ในการจัดการเรียนรู้

      ตารางการจัดอบรม

ลำดับ วันที่จัดอบรม จังหวัด
1 6-8 กรกฎาคม 2561 กรุงเทพมหานคร
2 13-15 กรกฎาคม 2561 กรุงเทพมหานคร
3 20-22 กรกฎาคม 2561 กรุงเทพมหานคร
4 27-29 กรกฎาคม 2561 กรุงเทพมหานคร
5 3-5 สิงหาคม 2561 กรุงเทพมหานคร
6 10-12 สิงหาคม 2561 กรุงเทพมหานคร
7 17-19 สิงหาคม 2561 กรุงเทพมหานคร
8 24-26 สิงหาคม 2561 กรุงเทพมหานคร
9 31 สิงหาคม - 2 กันยายน 2561 กรุงเทพมหานคร
10 7-9 กันยายน 2561 กรุงเทพมหานคร
11 14-16 กันยายน 2561 กรุงเทพมหานคร

      2. ตารางการจัดกิจกรรม

เวลา กิจกรรม วันที่ 1
08.00 - 08.30 ลงทะเบียน
08.30 - 09.00 ทดสอบก่อนการอบรม (Pretest)
09.00 - 12.00 บรรยาย เรื่อง พัฒนาการของเด็กปฐมวัยและแนวคิดที่เกี่ยวข้อง
12.00 - 13.00 พักกลางวัน
13.00 - 16.00 บรรยาย เรื่อง พัฒนาการด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย แบ่งกลุ่มปฏิบัติการ วิธีการประเมินการเจริญเติบโตด้านร่างกาย
เวลา กิจกรรม วันที่ 2
08.30 - 09.00 ทบทวนความรู้จากการอบรมในวันที่ 1
09.00 - 12.00 บรรยาย เรื่อง พัฒนาการด้าน สติปัญญา อารมณ์ และสังคม แบ่งกลุ่มปฏิบัติการ วิธีการประเมินพัฒนาการด้าน สติปัญญา อารมณ์ และสังคม
12.00 - 13.00 พักกลางวัน
13.00 - 16.00 บรรยาย เรื่อง พัฒนาการด้าน สติปัญญา อารมณ์ และสังคม (ต่อ) แบ่งกลุ่มปฏิบัติการวิธีการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญาอารมณ์และสังคม(ต่อ)
เวลา กิจกรรม วันที่ 3
09.00 - 12.00 บรรยาย เรื่อง การกระตุ้นพัฒนาการ แบ่งกลุ่มปฏิบัติการ วิธีการกระตุ้นพัฒนาการ
12.00 - 13.00 พักกลางวัน
13.00 - 16.00 บรรยาย เรื่อง การให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครอง แบ่งกลุ่มปฏิบัติการ วิธีการให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครอง
16.00 - 16.00 ทดสอบหลังการอบรม (Posttest)
* หมายเหตุ เวลา 10.30 - 10.45 น. และ 14.45 น. - 15.00 น. รับประทานอาหารว่าง


กิจกรรมการติดตามหรือทำงานร่วมกับครูหลังการพัฒนา

      หลังจากผ่านการอบรมแล้วทางหลักสูตรได้จัดทำระบบ “ส่งยิ้มทั่วไทย ให้ครูเล่าเรื่อง”ผ่านทาง www.dusitcenter.org ให้ผู้เข้าอบรมนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานศึกษาและส่งภาพกิจกรรมในการนำแนวคิดจากหลักสูตรไปปรับใช้ เสนอผ่านช่องทางดังกล่าว เป็นการติดตามหรือทำงานร่วมกับครูหลังการพัฒนาผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งจะมีเลขที่ข่าวปรากฏ เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในการติดตาม เป็นลักษณะของการสื่อสารสองทาง โดยหน่วยพัฒนาครูและผู้เข้าอบรม สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ พร้อมทั้งสามารถสั่งพิมพ์เพื่อใช้เป็น Portfolio ของผู้เข้าอบรม ได้ทั้งผลงานวิชาการและการประกันคุณภาพของสถานศึกษา โดยระบบดังกล่าวจะมี e-mail alert แจ้งเตือนมายังหน่วยพัฒนาครู ว่ามีเลขที่ข่าวของครูผู้เข้าอบรมเสนอผ่านระบบ และหน่วยพัฒนาจะเข้าไปให้ข้อคิดเห็น เป็นระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา

วิทยากร

      อาจารย์สาขาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่นและการพยาบาลชุมชนจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ประกอบด้วย (การจัดวิทยากรหมุนเวียนตามความเหมาะสม)

      1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสุดา      วงษ์วิเศษกุล
      2. ดร.อรนุช      ชูศรี
      3. ดร.รุ่งนภา      ป้องเกียรติชัย
      4. ดร.ณัฐยา      ศรีทะแก้ว
      5. ดร.ชรริน      ขวัญเนตร
      6. นางสาวกิติวัฒนา      ศรีวงศ์
      7. นางสาวณัฐรพี      ใจงาม
      8. นางสาวพัชมน      อันโต
      9. นางรัชนี      ประเดิมศักดิ์
      10. นายวิวินธ์      ปุรณะ
      11. นายปณวัตร      สันประโคน

กำหนดจำนวนครูที่จะเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมต่อกลุ่ม

      รุ่นละ 100 คน (จำนวนวิทยากร 1 : 25 คน)

อัตราค่าลงทะเบียนของหลักสูตรต่อครูหนึ่งคน และบริการที่จะได้รับ

      - ค่าธรรมเนียมการอบรมท่านละ ๕,๙๐๐ บาท
      - สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับดังนี้ (ไม่รวมค่าที่พักและค่าเดินทาง)
            (1) วุฒิบัตรผ่านการอบรม (โดยจะต้องเข้ารับการอบรมตามระยะเวลาที่กำหนด)
            (2) เอกสารการอบรม
            (3) อาหารกลางวัน 3 มื้อ
            (4) อาหารว่าง 5 มื้อ

ข้อมูลอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์และทำให้เข้าใจภาพของการจัดกิจกรรมการอบรมของหลักสูตรได้ชัดเจนและใกล้เคียงกับการปฏิบัติมากที่สุด



วิธีการชำระค่าธรรมเนียมการอบรม

      กรุณาชำระก่อนการอบรม 1 วันของแต่ละรุ่น การชำระค่าธรรมเนียมการอบรมมี 2 ขั้นตอนดังนี้

            1. ตรวจสอบรายชื่อผู้สมัคร ได้ที่ www.dusitcenter.org หัวข้อ SDU-Short-term Training Course
            2. ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการชำระเงินที่เว็บไซต์ตามข้อ 1 หัวข้อ“วิธีชำระเงิน” และชำระผ่าน ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ ชื่อบัญชี มสด.Training ประเภท : กระแสรายวันสาขา : กระทรวงศึกษาธิการ code : 80149 เลขที่บัญชี 059-6-01352-3

สอบถามรายละเอียดได้ที่

      สำนักงานประสานงานโครงการความร่วมมือทางวิชาการฯ (รมป.)
      โทรศัพท์ 02-244-5982–3 Fax: 02-244-5927
      www.dusitcenter.org หัวข้อ SDU-Short-term Training Course,
      idline : @dusitcenter
      e-mail : dusitcenter@gmail.com




เสียงตอบรับจากโครงการที่เคยจัดอบรม

  • นวัตกรรมการสอนภาษาไทยเด็กปฐมวัย Download
  • สานฝันให้เป็นจริง Download
  • ฝันเราเท่ากัน Download
  • สุนทรียภาพทางศิลปะ ดนตรี และการแสดงสำหรับเด็กปฐมวัย Download